Headings สำหรับทำ SEO ในบทความ

Spread the love

 ตำแหน่งสำหรับเพื่อการวาง Keyword
Google

 ให้ความใส่ใจกับรายละเอียดแต่ละส่วนแตกต่างกัน ถ้าเกิดต้องการบอก Google ว่า นี่เป็นกลุ่มคำสำคัญนะ ก็ให้ใส่ Keyword เข้าไปในสาระสำคัญอีกทั้ง 5 ตำแหน่ง ดังนี้

Title หรือ ชื่อบทความ
URL ชื่อลิงก์ของบทความ (เรียกอีกอย่างว่า Slug)
ถ้าหากคีย์เวิร์ดของคุณเป็นภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าถ้าเป็นภาษาไทย คุณอาจต้องเลือกระหว่างไม่ใส่มันลงไป กับใช้ไปเลย ซึ่งข้อผิดพลาดเป็น URL จะไม่สวยและก็บางทีอาจเหลวถึงเวลาเอาไปแชร์

Description หรือ คำพรรณนาบทความ
โดย Default แล้ว หมายความว่าย่อหน้าแรก แต่ว่าพวกเราก็สามารถเปลี่ยนแปลง Description เองได้แบบเดียวกัน หากคุณใช้ WordPress ก็สามารถโหลด SEO plugin ตัวอย่างเช่น Yoast SEO แล้ว Edit ปรับแก้ได้

Headings หรือ ประเด็นต่างๆ
Headings สำหรับทำ SEO ในบทความ

การคิด Heading เขียนเนื้อหาของบทความ SEO
ตำแหน่งสำหรับในการวาง Keyword
ที่มารูปภาพ: backlinko.com
ชื่อภาพ และก็ Alt Text ของภาพ
ผู้คนจำนวนมากอาจจะไม่รู้ว่า ชื่อของรูปภาพก็มีผลต่อ SEO ด้วย ก่อนอัปโหลดควรจะตั้งชื่อให้มีคีย์เวิร์ด และก็เมื่ออัปโหลดเข้าไปแล้ว ให้คลิกปรับแก้รูปภาพ แล้วก็ใส่คีย์เวิร์ดใน Alternative Text ด้วย (ธรรมดาแล้ว Alt Text มีไว้สำหรับในเวลาที่ภาพโหลดไม่ขึ้น ก็จะโชว์เพื่อพูดว่ารูปภาพนี้เกี่ยวกับอะไร)

การใส่ Alt Text คำชี้แจงภาพ
ตำแหน่งสำหรับในการใส่ Alt Text แล้วก็ Image Title ใน WordPress
การคั่น Keyword เข้าไปในตำแหน่งที่มีความสำคัญในการรบอีกทั้ง 5 ตำแหน่งข้างต้น บางทีอาจมองเกิดเรื่องทางด้านเทคนิค รับทำ SEO แม้กระนั้นวิธีนี้ก็จะต้องอาศัย ‘ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์’ เพื่อทำให้เนื้อความยังมีความยุติธรรมชาติ อ่านแล้วน่าดึงดูด ซึ่งจุดที่ยากที่สุดน่าจะเป็นการเขียนหัวข้อ Heading

เป็นต้นว่า ผู้ขายผลไม้ต้องการว่าจ้างพวกเราเขียนเนื้อหาบทความซึ่งมีไอเดียว่า “4 ผลไม้ ลดหุ่น” (Keywordหมายถึง“ลดน้ำหนัก”) โดยรายละเอียดควรต้องเอ่ยถึงผลไม้ 4 ประเภท ยกตัวอย่างเช่น 1.ผลแอปเปิ้ล 2.มะละกอ 3.กล้วย 4.ส้ม พวกเราบางทีอาจเขียน Heading ว่า

ลดน้ำหนัก ด้วยผลแอปเปิ้ล
มะละกอ ช่วยถ่าย ลดหุ่น
กล้วยหอม อิ่มท้อง ไม่ต้องอด
ลดหุ่น แถมหวาน จะต้องรับประทานส้ม
หากพวกเราใส่คีย์เวิร์ดได้ก็ใส่ ถ้าเกิดมากมายไปก็เปลี่ยนแปลง ใส่พวก Related Keyword หรือคำที่สื่อความหมายใกล้เคียงเข้าไปแทน

3. จำนวนและก็ผู้กระทำระจายแบบอย่างเป็นธรรมชาติของ Keyword
แน่ๆว่าคีย์เวิร์ดมิได้ใส่ลงไปในจุดยุทธศาสตร์อีกทั้งห้าสิ่งเดียว แม้กระนั้นจะต้องมีเขียนถึงในเนื้อบทความบ้าง

พวกเราใช้คำว่า “บ้าง” มีความหมายว่า ไม่สมควรใส่มากจนเกินไป เพราะว่า Google จะคิดว่าพวกเราพากเพียรใส่เยอะเกินไป ข้อเสนอโดยมากพูดว่า Keyword density ไม่สมควรเกิน 2.5% ซึ่ง Keyword density คือ รูปทรงของคีย์เวิร์ดเมื่อเทียบกับจำนวน Text ทั้งปวงในบทความ

ข้อเสนอแนะเป็น ถ้าเกิดเป็นได้ พวกเราควรจะใส่คีย์เวิร์ดในประโยคแรกของบทความ หลังจากนั้นเป็นให้กระจัดกระจายหละหลวมๆทั่วทั้งยังบทความ

ใน WordPress แนวทางในการดู Keyword density ก็สามารถใช้ SEO plugin อย่าง Yoast SEO ตรวจตราได้เหมือนกัน

จุดเด่นของ Yoast SEO สำหรับการเขียนเนื้อหาของบทความ SEO

ผลสรุปที่ Yoast เอ่ยถึงบทความ Inbound Marketing การตลาดแบบจอมยุทธ์
สีส้มๆเป็นเขาเตือนว่าพวกเราลืมเอา stop word (คำสุรุ่ยสุร่าย) ตรง Url ออก อาทิเช่น introduction-to-inbound-marketing ควรจะกลายเป็น inbound-marketing-introduction ไม่ต้องมี to
4. เขียนเนื้อหาของบทความประสิทธิภาพเป็นแนวทางการทำ SEO ที่เหมาะสมที่สุด
Search Engine ระดับนานาชาติย่อมต้องการที่จะให้ผลสรุปการค้นหาของตัวเองประทับใจผู้ใช้นักอ่าน ซึ่งก็หมายความว่าระบบต้องต้องการพรีเซนเทชั่นคอนเทนต์ที่เขามีความคิดว่ามีคุณภาพ

แล้ว Google ทราบได้อย่างไร ว่าบทความไหนมีคุณภาพ?

มีหลายเรื่องให้มองดูมากมาย รับทำเว็บ  แต่ว่าขอยกตัวอย่างมา 3 ปัจจัยเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

ความยาวของบทความ
บทความที่ยาว มีลัษณะทิศทางจะเป็นบทความที่มีคุณภาพ ชี้ว่า “มิได้มาเล่นๆ” ผู้ชำนาญหลายๆคนกล่าวว่าถ้าเกิดเป็นได้ซัก 500 – 700 คำ กำลังพอดี แม้กระนั้นสำหรับชพวกเราชี้แนะว่าควรจะอยู่ที่เฉียดฉิวๆ1,000 คำขึ้นไป

บทความสดใหม่ (Original Content)
คำว่าสดใหม่มีสองนัยเป็นเขียนขึ้นเอง ไม่เหมือนใคร (และก็จะต้องไม่คัดลอกหรือเอาบทความอื่นมาเขียนใหม่ด้วย) กับอีกนัยนึงหมายถึงเขียนก่อนใครกันแน่

ยอด Engagement บน Social Media
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากบทความของคุณได้รับการแชร์จำนวนมากก็จะส่งผลต่อ SEO สูงมากมาย ถ้าเกิดบทความของคุณเป็นประโยชน์จริงๆหรือทำให้คนอ่านจับใจได้ มั่นใจว่านักอ่านจำต้องต้องการแชร์

5. ความสม่ำเสมอแล้วก็รออัปเดตคอนเทนต์
บทความที่ตั้งดวงใจเขียน เช็คแล้วเช็คอีกว่าดีกับ SEO หรือไม่ บางทีอาจไม่ได้เรื่องลัพธ์อย่างความคาดหวัง เพราะเหตุว่าขาด ‘ความสม่ำเสมอ’

เพราะว่ากว่าเว็บจะเติบโต มี Authority สูงๆได้รับการยินยอมรับจาก Google ก็จะต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์

ในสายตาของ Search Engine อย่าง Google คอนเทนต์ที่ลงบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ คือ เว็บได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม เป็นเว็บที่เติบโตอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากมีคนเข้าเยี่ยมชมเว็บอย่างสม่ำเสมอ (การแชร์ไปบนเครือข่ายสังคมจะช่วยทำให้ได้คนเข้ามายังเว็บโดยทันที ไม่ต้องคอย Google จัดลำดับ)

ส่วนด้าน Branding การที่เว็บใดมีคอนเทนต์ออกมาอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยทำให้แบรนด์ได้ความเกี่ยวข้องแล้วก็รักษาความเกี่ยวเนื่องกับคนอ่านเรื่อยรวมทั้งถ้าเกิดยิ่งมีการคิดแผนทำคอนเทนต์ในด้านที่เฉพาะๆแล้วด้วย แบรนด์ก็จะยิ่งได้รับความน่าไว้วางใจ มองเป็นผู้ชี่ยวชาญในเรื่องที่เล่า

ยิ่งกว่านั้น ถ้าเกิดทำคอนเทนต์เผยแพร่ได้แล้ว จะนิ่งดูดายมิได้ จำเป็นต้องรอเช็คชั้นเว็บ พินิจพิจารณาเว็บไซต์คู่แข่งขัน รวมทั้งอัปเดตคอนเทนต์ของพวกเราให้ดียิ่งกว่า –ในสายตาของ Google คอนเทนต์ใหม่หรือคอนเทนต์ที่อัปเดตจะน่าไว้ใจกว่าด้วย ด้วยเหตุว่าคิดว่าข้อมูลจะเป็นตอนนี้ที่สุด